สต็อกยา & เวชภัณฑ์

ฉลากยาคลินิกต้องมีอะไรบ้าง: 8 รายการตามกฎหมาย ตัวอย่างฉลาก และวิธีทำให้ครบทุกใบ

ตั้งแต่ 17 มีนาคม 2567 ฉลากยาที่คลินิกจ่ายให้คนไข้ต้องมีข้อมูล 8 รายการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข แต่จากการสำรวจคลินิก 89 แห่ง มีเพียง 3 แห่งที่ทำครบ บทความนี้บอกว่าต้องมีอะไร หน้าตาเป็นอย่างไร และทำอย่างไรให้ครบโดยไม่เพิ่มงานหน้าเคาน์เตอร์

เผยแพร่ แก้ไขล่าสุด อ่าน 12 นาที

เภสัชกรติดฉลากยาบนซองยาที่เคาน์เตอร์คลินิก

คำตอบสั้น ๆ

  1. ฉลากยาที่คลินิกจ่ายให้คนไข้นำกลับ ต้องมีข้อมูล 8 รายการ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานการให้บริการของสถานพยาบาลเกี่ยวกับฉลากบรรจุยา พ.ศ. 2565
  2. บังคับใช้กับสถานพยาบาลที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนทุกประเภท — คลินิกเวชกรรม คลินิกเฉพาะทาง (รวมคลินิกผิวหนังและความงาม) คลินิกการพยาบาลฯ — มีผลเต็มรูปแบบตั้งแต่ 17 มีนาคม 2567
  3. 8 รายการคือ ชื่อและช่องทางติดต่อคลินิก · ชื่อ-สกุลคนไข้ เลข HN และวันที่จ่าย · ชื่อยา · รูปแบบ ความแรง จำนวน · วิธีใช้ · ข้อบ่งใช้ · คำเตือนหรือข้อควรระวัง · วันหมดอายุ
  4. กฎหมายกำหนดว่าต้องมีอะไร ไม่ได้กำหนดว่าต้องพิมพ์หรือเขียนมือ — แต่จากการสำรวจ คลินิกที่เขียนมือทำครบได้ยากมาก เพราะครึ่งหนึ่งของรายการเป็นข้อมูลระดับตัวยาที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าคนเขียน
  5. ทางที่ทำครบได้ทุกใบคือแยกข้อมูลเป็น 3 ชั้น — ระดับคลินิก ระดับตัวยา ระดับเคส — แล้วให้แต่ละชั้นถูกกรอกครั้งเดียว ณ จุดที่มีข้อมูลนั้นอยู่จริง

01กฎหมายฉลากยาคลินิก: ประกาศไหน ใช้กับใคร มีผลเมื่อไร

ก่อนหน้านี้เรื่องฉลากยาของคลินิกไม่มีข้อกำหนดที่เขียนเป็นรายการชัดเจน คลินิกจึงทำตามความเคยชิน หลายแห่งใช้ซองยาสำเร็จรูปที่มีช่องแค่ชื่อยากับวิธีใช้ สถานการณ์นี้เปลี่ยนเมื่อกระทรวงสาธารณสุขออก ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานการให้บริการของสถานพยาบาลเกี่ยวกับฉลากบรรจุยา พ.ศ. 2565 โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 16 มีนาคม 2565

ประกาศให้เวลาปรับตัว 2 ปี จึงมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ 17 มีนาคม 2567 หมายความว่าวันนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล เช่น เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ตรวจฉลากยาของคลินิกตามรายการนี้ได้แล้ว และงานวิจัยที่อ้างถึงในบทความนี้ก็เก็บข้อมูลด้วยการให้เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ลงตรวจจริง

ใช้กับคลินิกแบบไหนบ้าง

  • คลินิกเวชกรรม และ คลินิกเวชกรรมเฉพาะทาง — คลินิกผิวหนัง คลินิกความงาม คลินิกศัลยกรรม อยู่ในกลุ่มนี้ทั้งหมด
  • สถานพยาบาลที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนประเภทอื่นด้วย เช่น คลินิกทันตกรรม คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ — สภาการพยาบาลมีหนังสือแจ้งสมาชิกให้ปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้โดยเฉพาะ
  • ไม่ใช่ ร้านขายยา — ร้านยาอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติยาและมีข้อกำหนดฉลากของตัวเอง

028 รายการที่ฉลากยาต้องมี

ประกาศกำหนดรายการไว้ 8 ข้อ ตารางนี้สรุปแต่ละข้อพร้อมตัวอย่างที่เขียนถูก และจุดที่คลินิกมักพลาด ซึ่งเป็นข้อสังเกตจากการตรวจฉลากจริง ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของประกาศ

  • ข้อ1

    รายการตามประกาศ
    ชื่อสถานพยาบาล และหมายเลขโทรศัพท์หรือช่องทางติดต่อ
    ตัวอย่างที่ถูกต้อง
    คลินิกเวชกรรมพรพิมล โทร 02-123-4567
    จุดที่มักพลาด
    มีแต่โลโก้ไม่มีเบอร์ หรือใช้ซองเก่าที่พิมพ์ชื่อสาขาอื่น
  • ข้อ2

    รายการตามประกาศ
    ชื่อและสกุลของผู้ป่วย เลขที่ประจำตัวผู้ป่วย และวันที่จ่ายยา
    ตัวอย่างที่ถูกต้อง
    นางสาวกมลวรรณ ใจดี · HN 004512 · 3 ก.ย. 2569
    จุดที่มักพลาด
    มีชื่อแต่ไม่มี HN ใส่ชื่อเล่น หรือไม่ลงวันที่
  • ข้อ3

    รายการตามประกาศ
    ชื่อยา
    ตัวอย่างที่ถูกต้อง
    Amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน)
    จุดที่มักพลาด
    เขียนย่อหรือใช้ชื่อเรียกภายในคลินิก เช่น "ยาแก้อักเสบ" จนระบุตัวยาไม่ได้
  • ข้อ4

    รายการตามประกาศ
    รูปแบบ ความแรง และจำนวนยาที่จ่าย
    ตัวอย่างที่ถูกต้อง
    แคปซูล 500 mg · 15 แคปซูล
    จุดที่มักพลาด
    ข้อที่หายบ่อยที่สุด — ซองสำเร็จรูปไม่มีช่องให้กรอก
  • ข้อ5

    รายการตามประกาศ
    วิธีการใช้ยา
    ตัวอย่างที่ถูกต้อง
    รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น
    จุดที่มักพลาด
    "ทานตามแพทย์สั่ง" โดยไม่ระบุขนาดและเวลา
  • ข้อ6

    รายการตามประกาศ
    ข้อบ่งใช้ของยา
    ตัวอย่างที่ถูกต้อง
    ป้องกันการติดเชื้อหลังทำหัตถการ
    จุดที่มักพลาด
    ไม่ใส่ เพราะคิดว่าคนไข้รู้อยู่แล้วว่ามาทำอะไร
  • ข้อ7

    รายการตามประกาศ
    คำเตือน ข้อควรระวัง หรือข้อห้ามใช้
    ตัวอย่างที่ถูกต้อง
    รับประทานให้ครบ หากมีผื่นหรือหายใจลำบากให้หยุดยาและติดต่อคลินิกทันที
    จุดที่มักพลาด
    ใส่คำเตือนกลาง ๆ ที่ไม่ตรงกับตัวยา หรือไม่มีเลย
  • ข้อ8

    รายการตามประกาศ
    วันหมดอายุของยา
    ตัวอย่างที่ถูกต้อง
    EXP 12/2027
    จุดที่มักพลาด
    เขียน "ดูข้างกล่อง" — กล่องอยู่ที่คลินิก ไม่ได้กลับบ้านไปกับคนไข้
รายการข้อ 1–8 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฯ พ.ศ. 2565 · ตัวอย่างและจุดที่มักพลาดเป็นข้อสังเกตจากการตรวจฉลากจริง

03หน้าตาของฉลากยาที่ครบ 8 ข้อ

ตัวอย่างข้างล่างคือฉลากยาปฏิชีวนะที่จ่ายหลังหัตถการ ตัวเลขในวงกลมชี้ว่าข้อมูลแต่ละส่วนตอบข้อไหนของตาราง ใช้เป็นแม่แบบได้เลย เพียงเปลี่ยนชื่อคลินิกและข้อมูลยา

คลินิกเวชกรรมพรพิมล

ติดต่อ
โทร 02-123-4567 · LINE @pornpimol
ผู้ป่วย · HN · วันที่จ่าย
นางสาวกมลวรรณ ใจดี · HN 004512 · 3 ก.ย. 2569
ชื่อยา
Amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน)
รูปแบบ · ความแรง · จำนวน
แคปซูล 500 mg · 15 แคปซูล
วิธีใช้
รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น
ข้อบ่งใช้
ป้องกันการติดเชื้อหลังทำหัตถการ
คำเตือน
รับประทานให้ครบ 5 วัน หากมีผื่น คัน หรือหายใจลำบาก ให้หยุดยาและติดต่อคลินิกทันที
วันหมดอายุ
EXP 12/2027 · Lot A2405

จ่ายโดย ภญ.สุดารัตน์ · พิมพ์ 3 ก.ย. 2569 14:32

ฉลากยาตัวอย่าง ข้อ 1 คือชื่อคลินิกที่หัวฉลากพร้อมช่องทางติดต่อ · ข้อมูลทั้งหมดสมมติขึ้น ชื่อคลินิก ชื่อคนไข้ และเลข HN ไม่ใช่ของจริง

04คลินิกส่วนใหญ่ยังทำไม่ครบ และข้อที่หายไปคือข้อเดิม ๆ

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารเภสัชกรรมไทยต้นปี 2568 สำรวจคลินิกเวชกรรม 89 แห่งในอำเภอเมืองอุดรธานี ระหว่างกรกฎาคม 2565 ถึงกรกฎาคม 2566 โดยเก็บฉลากยาที่ส่งมอบให้คนไข้จริง ผลคือมีเพียง 3 แห่ง (3.4%) ที่ฉลากครบตามกฎหมาย และ 11 แห่ง (12.4%) ที่มีองค์ประกอบสำคัญครบ ค่ามัธยฐานของจำนวนข้อบนฉลากอยู่ที่ 4 จาก 8

รายการบนฉลากคลินิกที่มี
วิธีใช้ยา89.9%
ชื่อสถานพยาบาลและช่องทางติดต่อ82.0%
วันหมดอายุของยา57.3%
ชื่อยาภาษาอังกฤษ56.2%
ชื่อ-สกุลผู้ป่วยและวันที่จ่าย46.1%
ข้อบ่งใช้41.6%
คำเตือน ข้อควรระวัง หรือข้อห้ามใช้31.5%
รูปแบบ ความแรง และจำนวนที่จ่าย13.5%
ชื่อยาภาษาไทย10.1%
สัดส่วนคลินิกที่มีแต่ละรายการบนฉลาก จากคลินิก 89 แห่ง · ที่มา: วารสารเภสัชกรรมไทย ปีที่ 17 ฉบับที่ 1 (2568)

สังเกตรูปแบบ: ข้อที่คลินิกทำได้ดีคือข้อที่คนหน้าเคาน์เตอร์รู้อยู่แล้ว ณ เวลาที่เขียน — วิธีใช้ที่หมอเพิ่งสั่ง ชื่อคลินิกที่พิมพ์มากับซอง ส่วนข้อที่หายคือข้อมูลระดับตัวยา — ความแรง รูปแบบ ข้อบ่งใช้ คำเตือน — ซึ่งต้องเปิดดูจากกล่องหรือเอกสารกำกับยา คนที่เขียนมือช่วงคิวยาวจึงข้ามไปโดยไม่รู้ตัว

งานวิจัยเดียวกันพบว่า 56.2% ของคลินิกยังเขียนฉลากด้วยมือ 22.5% พิมพ์จากระบบ และ 21.3% ใช้ทั้งสองแบบ และยังพบว่าพนักงานคลินิกกับเจ้าหน้าที่ประเมินฉลากใบเดียวกันไม่ตรงกันในเกือบทุกข้อ หลายคลินิกจึงคิดว่าตัวเองทำครบ ทั้งที่เจ้าหน้าที่มองว่ายังขาด นี่คือเหตุผลที่ควรตรวจกับรายการ 8 ข้อตรง ๆ ไม่ใช่ตรวจจากความรู้สึก

05ทำให้ครบทุกใบ โดยไม่เพิ่มงานหน้าเคาน์เตอร์

เครื่องพิมพ์ฉลากขนาดเล็ก ม้วนฉลากเปล่า แผงยา และซองยาบนโต๊ะจ่ายยา

หัวใจคือแยกข้อมูลบนฉลากออกเป็น 3 ชั้น แล้วให้แต่ละชั้นถูกกรอกเพียงครั้งเดียว ณ จุดที่มีข้อมูลนั้นอยู่จริง พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ไม่ควรต้องรู้ความแรงของยาทุกตัว และแพทย์ไม่ควรต้องพิมพ์เบอร์โทรคลินิกทุกเคส

  • ชั้นข้อมูลระดับคลินิก

    ครอบคลุมข้อ
    1
    กรอกเมื่อไร
    ครั้งเดียวตอนตั้งค่าระบบ
    ใครกรอก
    เจ้าของหรือผู้จัดการ
  • ชั้นข้อมูลระดับตัวยา

    ครอบคลุมข้อ
    3 · 4 (รูปแบบ ความแรง) · 6 · 7 · วิธีใช้มาตรฐาน
    กรอกเมื่อไร
    ครั้งเดียวต่อรายการยา ตอนรับเข้าสต็อก
    ใครกรอก
    เภสัชกรหรือพยาบาลที่ดูแลสต็อก
  • ชั้นข้อมูลระดับเคส

    ครอบคลุมข้อ
    2 · 4 (จำนวน) · 5 (เมื่อสั่งต่างจากมาตรฐาน) · 8
    กรอกเมื่อไร
    ทุกครั้งที่จ่าย — จากรายการที่ตัดสต็อกจริง
    ใครกรอก
    ระบบดึงให้ พนักงานแค่ตรวจ
  1. ทำทะเบียนยาให้มีข้อมูลครบ 5 ช่องต่อรายการ

    ชื่อสามัญพร้อมชื่อไทย · รูปแบบและความแรง · ข้อบ่งใช้ที่ใช้บ่อยในคลินิก · คำเตือนประจำตัวยา · วิธีใช้มาตรฐาน ทำครั้งเดียวตอนรับยาเข้าสต็อก คลินิกความงามส่วนใหญ่มียาที่จ่ายประจำเพียงไม่กี่สิบรายการ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวัน

  2. ตั้งค่าหัวฉลากระดับคลินิกครั้งเดียว

    ชื่อคลินิกตามใบอนุญาต เบอร์โทร และช่องทางติดต่อที่มีคนรับจริง ถ้ามีหลายสาขา ให้ฉลากดึงชื่อและเบอร์ของสาขาที่จ่ายยา ไม่ใช่สำนักงานใหญ่

  3. ให้ข้อมูลระดับเคสมาจากรายการตัดสต็อก ไม่ใช่การพิมพ์ซ้ำ

    ชื่อ-สกุล HN วันที่ และจำนวน ต้องมาจากรายการจ่ายในเคสนั้นโดยตรง การพิมพ์ข้อมูลเดียวกันสองที่คือจุดเกิดของฉลากผิดคนและผิดจำนวน

  4. ดึงวันหมดอายุจากล็อตที่ตัดจริง

    ถ้าสต็อกบันทึกเป็นล็อตพร้อมวันหมดอายุ และตัดล็อตที่หมดอายุก่อนออกก่อน วันหมดอายุบนฉลากจะถูกต้องเสมอโดยไม่ต้องมีใครเดินไปเปิดกล่องดู

  5. ให้แพทย์แก้เฉพาะสิ่งที่ต่างจากมาตรฐาน

    วิธีใช้และคำเตือนมาตรฐานถูกดึงมาให้ก่อน แพทย์แก้เฉพาะเคสที่สั่งต่างออกไป เช่น เพิ่มความถี่ หรือเพิ่มคำเตือนเฉพาะราย

  6. พิมพ์ที่จุดจ่าย และเก็บสำเนาไว้ในเคส

    ฉลากที่พิมพ์ควรถูกบันทึกไว้กับเคส เมื่อเจ้าหน้าที่มาตรวจหรือคนไข้โทรมาถาม จะเปิดดูได้ทันทีว่าใบที่ให้ไปเขียนว่าอะไร

  7. สุ่มตรวจเดือนละครั้ง

    หยิบฉลาก 10 ใบล่าสุดมาไล่กับเช็กลิสต์ 8 ข้อด้านล่าง ใช้เวลาราวสิบนาที ถ้ามีข้อไหนหายซ้ำ ๆ แปลว่าทะเบียนยารายการนั้นยังกรอกไม่ครบ ไม่ใช่พนักงานสะเพร่า

06ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ซองยาสำเร็จรูปที่ออกแบบก่อนมีประกาศ — มีช่องแค่ชื่อยากับวิธีใช้ ต่อให้ตั้งใจแค่ไหนก็ครบไม่ได้ ตรวจซองที่ใช้อยู่ก่อนเป็นอันดับแรก
  • เขียน "ดูข้างกล่อง" ในช่องวันหมดอายุ — กล่องอยู่ที่คลินิก คนไข้กลับบ้านไปกับซองที่ไม่มีวันหมดอายุ
  • ไม่ใส่ HN — ใส่ชื่ออย่างเดียวยังไม่ครบข้อ 2 และเมื่อคนไข้ชื่อซ้ำกันจะย้อนหาเคสไม่ได้
  • ใช้คำเตือนกลาง ๆ ใบเดียวกับยาทุกตัว — "เก็บให้พ้นมือเด็ก" อย่างเดียวไม่ใช่คำเตือนของตัวยา ข้อ 7 ต้องการคำเตือนที่ตรงกับยานั้น
  • แก้จำนวนในระบบหลังพิมพ์ฉลากไปแล้ว — ฉลากบอก 15 เม็ด ระบบบอก 10 เม็ด มาเจอตอนเจ้าหน้าที่เทียบกับเวชระเบียน ให้พิมพ์ใหม่ทุกครั้งที่แก้
  • ลืมฉลากของยาทาและยาแบ่งบรรจุ — ยาทาที่แบ่งจากขวดใหญ่ใส่กระปุกเล็กให้คนไข้ก็เป็นยาที่จ่ายออกจากคลินิกเช่นกัน และมักถูกมองข้ามเพราะรู้สึกว่า "ไม่ใช่ยาจริง ๆ"

07เช็กลิสต์ตรวจฉลากยาด้วยตัวเอง

เจ้าหน้าที่คลินิกเทียบฉลากยาบนซองกับทะเบียนยาบนแท็บเล็ต

พิมพ์ส่วนนี้แปะไว้ที่จุดจ่ายยา หรือใช้ตอนสุ่มตรวจรายเดือน ฉลากที่ผ่านต้องติ๊กได้ครบทุกข้อ

  • ชื่อคลินิก และเบอร์โทรหรือช่องทางติดต่อที่ติดต่อได้จริง
  • ชื่อ-สกุลคนไข้ เลข HN และวันที่จ่าย
  • ชื่อยาที่อ่านแล้วระบุตัวยาได้ ไม่ใช่ชื่อเรียกภายในคลินิก
  • รูปแบบ ความแรง และจำนวนที่จ่ายจริง
  • วิธีใช้ที่มีขนาด ความถี่ และเวลา
  • ข้อบ่งใช้ — จ่ายเพื่ออะไร
  • คำเตือนหรือข้อควรระวังที่ตรงกับตัวยานั้น
  • วันหมดอายุที่คัดลอกจากล็อตจริง ไม่ใช่ "ดูข้างกล่อง"
  • ตัวอักษรอ่านออกโดยไม่ต้องเดา และไม่เลอะเมื่อโดนน้ำ
  • ข้อมูลบนฉลากตรงกับที่บันทึกในเวชระเบียนและรายการตัดสต็อก
  • ยาทา ยาแบ่งบรรจุ และยาน้ำ มีฉลากครบเท่ายาเม็ด

ใน Flow Clinic

ข้อมูลทั้ง 3 ชั้นอยู่ในที่เดียว

Flow Clinic เก็บทะเบียนยาพร้อมชื่อไทยและอังกฤษ สต็อกเป็นล็อตพร้อมวันหมดอายุ และรายการจ่ายที่ผูกกับคนไข้และ HN ในเคสเดียวกัน ข้อมูลระดับคลินิก ระดับตัวยา และระดับเคสจึงอยู่ในระบบเดียว ไม่ต้องกรอกซ้ำ

  • ฉลากสินค้าพิมพ์จากโมดูลสต็อกโดยตรง เลือกได้ว่าจะแสดงชื่อไทย ชื่ออังกฤษ รหัสสินค้า และรหัสคลินิก
  • รายการจ่ายในเคสบันทึกคำแนะนำหลังหัตถการและวันนัดติดตามไว้กับคนไข้ ย้อนดูได้ทุกเมื่อ
  • รายการที่ต่ำกว่าจุดสั่งซื้อขึ้นในใบงานสั่งซื้อซ้ำ ให้คนตรวจแล้วยืนยันเป็นใบสั่งซื้อฉบับร่างได้จากหน้าเดียวกัน
ดูวิธีที่ระบบทำ

แหล่งอ้างอิง

  1. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานการให้บริการของสถานพยาบาลเกี่ยวกับฉลากบรรจุยา พ.ศ. 2565กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
  2. ลักษณะของฉลากบรรจุยาในคลินิกเวชกรรมเอกชน: การศึกษาเชิงตัดขวางในอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีวารสารเภสัชกรรมไทย ปีที่ 17 ฉบับที่ 1 (ม.ค.–มี.ค. 2568)
  3. แจ้งคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ทุกแห่ง ให้ทำฉลากบรรจุยาตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศสภาการพยาบาล

คำถามที่พบบ่อย

กฎหมายบังคับให้พิมพ์ฉลากไหม หรือเขียนมือได้
ประกาศกำหนดว่าฉลากต้องมีข้อมูลอะไร ไม่ได้กำหนดวิธีทำ เขียนมือจึงไม่ผิด แต่จากการสำรวจ ข้อที่หายบ่อยคือข้อมูลระดับตัวยาที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าคนเขียน การพิมพ์จากระบบที่ตั้งค่าไว้จึงทำครบได้สม่ำเสมอกว่ามาก
ชื่อยาต้องเป็นภาษาไทยไหม
ประกาศใช้คำว่า "ชื่อยา" ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือใส่ชื่อสามัญภาษาอังกฤษพร้อมชื่อไทยหรือคำอ่านกำกับ ดังตัวอย่างในบทความ เพื่อให้ทั้งคนไข้และแพทย์หรือเภสัชกรที่อื่นระบุตัวยาได้ตรงกัน หากไม่แน่ใจ ให้สอบถามสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่
ยาที่ใช้ในหัตถการและหมดไปที่คลินิก ต้องมีฉลาก 8 ข้อไหม
ประกาศระบุถึงฉลากของยาที่จ่ายให้ผู้ป่วยนำออกจากสถานพยาบาล ยาที่ใช้ระหว่างหัตถการและไม่ได้ให้คนไข้นำกลับจึงไม่ใช่เป้าหมายของฉลาก 8 ข้อ แต่ยังต้องบันทึกในเวชระเบียนว่าใช้อะไร ล็อตไหน จำนวนเท่าไร
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเวชสำอางที่คลินิกขาย ต้องมีฉลากนี้ไหม
ถ้าผลิตภัณฑ์จดทะเบียนเป็นเครื่องสำอาง ไม่ใช่ยา ก็ไม่อยู่ในประกาศฉบับนี้ เพราะเครื่องสำอางมีกฎหมายฉลากของตัวเองอยู่บนบรรจุภัณฑ์แล้ว แต่ยาทาที่จดทะเบียนเป็นยา เช่น ทรีติโนอิน ไฮโดรควิโนน หรือสเตียรอยด์ อยู่ในข่ายเต็มตัว คลินิกจำนวนมากเลือกติดฉลากรูปแบบเดียวกันทั้งหมดเพื่อตัดปัญหาว่าตัวไหนต้องติด
เพิ่มโลโก้หรือข้อความอื่นบนฉลากได้ไหม
ได้ ตราบใดที่ 8 รายการยังอยู่ครบและอ่านออก จะจัดวางใหม่ เพิ่มโลโก้ หรือเพิ่มคำแนะนำหลังหัตถการก็ได้ สิ่งที่ต้องระวังคือข้อความเสริมไปเบียดพื้นที่จนต้องย่อรายการที่กฎหมายกำหนด
ถ้าคนไข้ทำฉลากหาย ขอใหม่ได้ไหม
ได้ และควรพิมพ์จากรายการจ่ายเดิมในเคส ไม่ใช่เขียนใหม่จากความจำ เพื่อให้จำนวนและวันที่ตรงกับเวชระเบียน นี่คือเหตุผลที่ควรเก็บสำเนาฉลากไว้กับเคสเสมอ
เริ่มต้น

พร้อมเลิกใช้
Excelกับคลินิกแล้ว.

คุยกับเรา 30 นาที ส่วนที่เหลือทีมเราจัดการให้ — ย้ายข้อมูลเดิม, อบรมพนักงาน, เปิดใช้งานจริง

นัดเดโมดูฟีเจอร์ทั้งหมดFree ใช้ได้ไม่จำกัดเวลา · ทดลอง Pro ฟรี 30 วัน