สต็อกยา & เวชภัณฑ์
ฉลากยาคลินิกต้องมีอะไรบ้าง: 8 รายการตามกฎหมาย ตัวอย่างฉลาก และวิธีทำให้ครบทุกใบ
ตั้งแต่ 17 มีนาคม 2567 ฉลากยาที่คลินิกจ่ายให้คนไข้ต้องมีข้อมูล 8 รายการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข แต่จากการสำรวจคลินิก 89 แห่ง มีเพียง 3 แห่งที่ทำครบ บทความนี้บอกว่าต้องมีอะไร หน้าตาเป็นอย่างไร และทำอย่างไรให้ครบโดยไม่เพิ่มงานหน้าเคาน์เตอร์
เผยแพร่ แก้ไขล่าสุด อ่าน 12 นาที

คำตอบสั้น ๆ
- ฉลากยาที่คลินิกจ่ายให้คนไข้นำกลับ ต้องมีข้อมูล 8 รายการ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานการให้บริการของสถานพยาบาลเกี่ยวกับฉลากบรรจุยา พ.ศ. 2565
- บังคับใช้กับสถานพยาบาลที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนทุกประเภท — คลินิกเวชกรรม คลินิกเฉพาะทาง (รวมคลินิกผิวหนังและความงาม) คลินิกการพยาบาลฯ — มีผลเต็มรูปแบบตั้งแต่ 17 มีนาคม 2567
- 8 รายการคือ ชื่อและช่องทางติดต่อคลินิก · ชื่อ-สกุลคนไข้ เลข HN และวันที่จ่าย · ชื่อยา · รูปแบบ ความแรง จำนวน · วิธีใช้ · ข้อบ่งใช้ · คำเตือนหรือข้อควรระวัง · วันหมดอายุ
- กฎหมายกำหนดว่าต้องมีอะไร ไม่ได้กำหนดว่าต้องพิมพ์หรือเขียนมือ — แต่จากการสำรวจ คลินิกที่เขียนมือทำครบได้ยากมาก เพราะครึ่งหนึ่งของรายการเป็นข้อมูลระดับตัวยาที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าคนเขียน
- ทางที่ทำครบได้ทุกใบคือแยกข้อมูลเป็น 3 ชั้น — ระดับคลินิก ระดับตัวยา ระดับเคส — แล้วให้แต่ละชั้นถูกกรอกครั้งเดียว ณ จุดที่มีข้อมูลนั้นอยู่จริง
01กฎหมายฉลากยาคลินิก: ประกาศไหน ใช้กับใคร มีผลเมื่อไร
ก่อนหน้านี้เรื่องฉลากยาของคลินิกไม่มีข้อกำหนดที่เขียนเป็นรายการชัดเจน คลินิกจึงทำตามความเคยชิน หลายแห่งใช้ซองยาสำเร็จรูปที่มีช่องแค่ชื่อยากับวิธีใช้ สถานการณ์นี้เปลี่ยนเมื่อกระทรวงสาธารณสุขออก ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานการให้บริการของสถานพยาบาลเกี่ยวกับฉลากบรรจุยา พ.ศ. 2565 โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 16 มีนาคม 2565
ประกาศให้เวลาปรับตัว 2 ปี จึงมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ 17 มีนาคม 2567 หมายความว่าวันนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล เช่น เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ตรวจฉลากยาของคลินิกตามรายการนี้ได้แล้ว และงานวิจัยที่อ้างถึงในบทความนี้ก็เก็บข้อมูลด้วยการให้เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ลงตรวจจริง
ใช้กับคลินิกแบบไหนบ้าง
- คลินิกเวชกรรม และ คลินิกเวชกรรมเฉพาะทาง — คลินิกผิวหนัง คลินิกความงาม คลินิกศัลยกรรม อยู่ในกลุ่มนี้ทั้งหมด
- สถานพยาบาลที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนประเภทอื่นด้วย เช่น คลินิกทันตกรรม คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ — สภาการพยาบาลมีหนังสือแจ้งสมาชิกให้ปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้โดยเฉพาะ
- ไม่ใช่ ร้านขายยา — ร้านยาอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติยาและมีข้อกำหนดฉลากของตัวเอง
028 รายการที่ฉลากยาต้องมี
ประกาศกำหนดรายการไว้ 8 ข้อ ตารางนี้สรุปแต่ละข้อพร้อมตัวอย่างที่เขียนถูก และจุดที่คลินิกมักพลาด ซึ่งเป็นข้อสังเกตจากการตรวจฉลากจริง ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของประกาศ
ข้อ1
- รายการตามประกาศ
- ชื่อสถานพยาบาล และหมายเลขโทรศัพท์หรือช่องทางติดต่อ
- ตัวอย่างที่ถูกต้อง
- คลินิกเวชกรรมพรพิมล โทร 02-123-4567
- จุดที่มักพลาด
- มีแต่โลโก้ไม่มีเบอร์ หรือใช้ซองเก่าที่พิมพ์ชื่อสาขาอื่น
ข้อ2
- รายการตามประกาศ
- ชื่อและสกุลของผู้ป่วย เลขที่ประจำตัวผู้ป่วย และวันที่จ่ายยา
- ตัวอย่างที่ถูกต้อง
- นางสาวกมลวรรณ ใจดี · HN 004512 · 3 ก.ย. 2569
- จุดที่มักพลาด
- มีชื่อแต่ไม่มี HN ใส่ชื่อเล่น หรือไม่ลงวันที่
ข้อ3
- รายการตามประกาศ
- ชื่อยา
- ตัวอย่างที่ถูกต้อง
- Amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน)
- จุดที่มักพลาด
- เขียนย่อหรือใช้ชื่อเรียกภายในคลินิก เช่น "ยาแก้อักเสบ" จนระบุตัวยาไม่ได้
ข้อ4
- รายการตามประกาศ
- รูปแบบ ความแรง และจำนวนยาที่จ่าย
- ตัวอย่างที่ถูกต้อง
- แคปซูล 500 mg · 15 แคปซูล
- จุดที่มักพลาด
- ข้อที่หายบ่อยที่สุด — ซองสำเร็จรูปไม่มีช่องให้กรอก
ข้อ5
- รายการตามประกาศ
- วิธีการใช้ยา
- ตัวอย่างที่ถูกต้อง
- รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น
- จุดที่มักพลาด
- "ทานตามแพทย์สั่ง" โดยไม่ระบุขนาดและเวลา
ข้อ6
- รายการตามประกาศ
- ข้อบ่งใช้ของยา
- ตัวอย่างที่ถูกต้อง
- ป้องกันการติดเชื้อหลังทำหัตถการ
- จุดที่มักพลาด
- ไม่ใส่ เพราะคิดว่าคนไข้รู้อยู่แล้วว่ามาทำอะไร
ข้อ7
- รายการตามประกาศ
- คำเตือน ข้อควรระวัง หรือข้อห้ามใช้
- ตัวอย่างที่ถูกต้อง
- รับประทานให้ครบ หากมีผื่นหรือหายใจลำบากให้หยุดยาและติดต่อคลินิกทันที
- จุดที่มักพลาด
- ใส่คำเตือนกลาง ๆ ที่ไม่ตรงกับตัวยา หรือไม่มีเลย
ข้อ8
- รายการตามประกาศ
- วันหมดอายุของยา
- ตัวอย่างที่ถูกต้อง
- EXP 12/2027
- จุดที่มักพลาด
- เขียน "ดูข้างกล่อง" — กล่องอยู่ที่คลินิก ไม่ได้กลับบ้านไปกับคนไข้
03หน้าตาของฉลากยาที่ครบ 8 ข้อ
ตัวอย่างข้างล่างคือฉลากยาปฏิชีวนะที่จ่ายหลังหัตถการ ตัวเลขในวงกลมชี้ว่าข้อมูลแต่ละส่วนตอบข้อไหนของตาราง ใช้เป็นแม่แบบได้เลย เพียงเปลี่ยนชื่อคลินิกและข้อมูลยา
คลินิกเวชกรรมพรพิมล
- ติดต่อ
- โทร 02-123-4567 · LINE @pornpimol
- ผู้ป่วย · HN · วันที่จ่าย
- นางสาวกมลวรรณ ใจดี · HN 004512 · 3 ก.ย. 2569
- ชื่อยา
- Amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน)
- รูปแบบ · ความแรง · จำนวน
- แคปซูล 500 mg · 15 แคปซูล
- วิธีใช้
- รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น
- ข้อบ่งใช้
- ป้องกันการติดเชื้อหลังทำหัตถการ
- คำเตือน
- รับประทานให้ครบ 5 วัน หากมีผื่น คัน หรือหายใจลำบาก ให้หยุดยาและติดต่อคลินิกทันที
- วันหมดอายุ
- EXP 12/2027 · Lot A2405
จ่ายโดย ภญ.สุดารัตน์ · พิมพ์ 3 ก.ย. 2569 14:32
04คลินิกส่วนใหญ่ยังทำไม่ครบ และข้อที่หายไปคือข้อเดิม ๆ
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารเภสัชกรรมไทยต้นปี 2568 สำรวจคลินิกเวชกรรม 89 แห่งในอำเภอเมืองอุดรธานี ระหว่างกรกฎาคม 2565 ถึงกรกฎาคม 2566 โดยเก็บฉลากยาที่ส่งมอบให้คนไข้จริง ผลคือมีเพียง 3 แห่ง (3.4%) ที่ฉลากครบตามกฎหมาย และ 11 แห่ง (12.4%) ที่มีองค์ประกอบสำคัญครบ ค่ามัธยฐานของจำนวนข้อบนฉลากอยู่ที่ 4 จาก 8
| รายการบนฉลาก | คลินิกที่มี |
|---|---|
| วิธีใช้ยา | 89.9% |
| ชื่อสถานพยาบาลและช่องทางติดต่อ | 82.0% |
| วันหมดอายุของยา | 57.3% |
| ชื่อยาภาษาอังกฤษ | 56.2% |
| ชื่อ-สกุลผู้ป่วยและวันที่จ่าย | 46.1% |
| ข้อบ่งใช้ | 41.6% |
| คำเตือน ข้อควรระวัง หรือข้อห้ามใช้ | 31.5% |
| รูปแบบ ความแรง และจำนวนที่จ่าย | 13.5% |
| ชื่อยาภาษาไทย | 10.1% |
สังเกตรูปแบบ: ข้อที่คลินิกทำได้ดีคือข้อที่คนหน้าเคาน์เตอร์รู้อยู่แล้ว ณ เวลาที่เขียน — วิธีใช้ที่หมอเพิ่งสั่ง ชื่อคลินิกที่พิมพ์มากับซอง ส่วนข้อที่หายคือข้อมูลระดับตัวยา — ความแรง รูปแบบ ข้อบ่งใช้ คำเตือน — ซึ่งต้องเปิดดูจากกล่องหรือเอกสารกำกับยา คนที่เขียนมือช่วงคิวยาวจึงข้ามไปโดยไม่รู้ตัว
งานวิจัยเดียวกันพบว่า 56.2% ของคลินิกยังเขียนฉลากด้วยมือ 22.5% พิมพ์จากระบบ และ 21.3% ใช้ทั้งสองแบบ และยังพบว่าพนักงานคลินิกกับเจ้าหน้าที่ประเมินฉลากใบเดียวกันไม่ตรงกันในเกือบทุกข้อ หลายคลินิกจึงคิดว่าตัวเองทำครบ ทั้งที่เจ้าหน้าที่มองว่ายังขาด นี่คือเหตุผลที่ควรตรวจกับรายการ 8 ข้อตรง ๆ ไม่ใช่ตรวจจากความรู้สึก
05ทำให้ครบทุกใบ โดยไม่เพิ่มงานหน้าเคาน์เตอร์

หัวใจคือแยกข้อมูลบนฉลากออกเป็น 3 ชั้น แล้วให้แต่ละชั้นถูกกรอกเพียงครั้งเดียว ณ จุดที่มีข้อมูลนั้นอยู่จริง พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ไม่ควรต้องรู้ความแรงของยาทุกตัว และแพทย์ไม่ควรต้องพิมพ์เบอร์โทรคลินิกทุกเคส
ชั้นข้อมูลระดับคลินิก
- ครอบคลุมข้อ
- 1
- กรอกเมื่อไร
- ครั้งเดียวตอนตั้งค่าระบบ
- ใครกรอก
- เจ้าของหรือผู้จัดการ
ชั้นข้อมูลระดับตัวยา
- ครอบคลุมข้อ
- 3 · 4 (รูปแบบ ความแรง) · 6 · 7 · วิธีใช้มาตรฐาน
- กรอกเมื่อไร
- ครั้งเดียวต่อรายการยา ตอนรับเข้าสต็อก
- ใครกรอก
- เภสัชกรหรือพยาบาลที่ดูแลสต็อก
ชั้นข้อมูลระดับเคส
- ครอบคลุมข้อ
- 2 · 4 (จำนวน) · 5 (เมื่อสั่งต่างจากมาตรฐาน) · 8
- กรอกเมื่อไร
- ทุกครั้งที่จ่าย — จากรายการที่ตัดสต็อกจริง
- ใครกรอก
- ระบบดึงให้ พนักงานแค่ตรวจ
ทำทะเบียนยาให้มีข้อมูลครบ 5 ช่องต่อรายการ
ชื่อสามัญพร้อมชื่อไทย · รูปแบบและความแรง · ข้อบ่งใช้ที่ใช้บ่อยในคลินิก · คำเตือนประจำตัวยา · วิธีใช้มาตรฐาน ทำครั้งเดียวตอนรับยาเข้าสต็อก คลินิกความงามส่วนใหญ่มียาที่จ่ายประจำเพียงไม่กี่สิบรายการ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวัน
ตั้งค่าหัวฉลากระดับคลินิกครั้งเดียว
ชื่อคลินิกตามใบอนุญาต เบอร์โทร และช่องทางติดต่อที่มีคนรับจริง ถ้ามีหลายสาขา ให้ฉลากดึงชื่อและเบอร์ของสาขาที่จ่ายยา ไม่ใช่สำนักงานใหญ่
ให้ข้อมูลระดับเคสมาจากรายการตัดสต็อก ไม่ใช่การพิมพ์ซ้ำ
ชื่อ-สกุล HN วันที่ และจำนวน ต้องมาจากรายการจ่ายในเคสนั้นโดยตรง การพิมพ์ข้อมูลเดียวกันสองที่คือจุดเกิดของฉลากผิดคนและผิดจำนวน
ดึงวันหมดอายุจากล็อตที่ตัดจริง
ถ้าสต็อกบันทึกเป็นล็อตพร้อมวันหมดอายุ และตัดล็อตที่หมดอายุก่อนออกก่อน วันหมดอายุบนฉลากจะถูกต้องเสมอโดยไม่ต้องมีใครเดินไปเปิดกล่องดู
ให้แพทย์แก้เฉพาะสิ่งที่ต่างจากมาตรฐาน
วิธีใช้และคำเตือนมาตรฐานถูกดึงมาให้ก่อน แพทย์แก้เฉพาะเคสที่สั่งต่างออกไป เช่น เพิ่มความถี่ หรือเพิ่มคำเตือนเฉพาะราย
พิมพ์ที่จุดจ่าย และเก็บสำเนาไว้ในเคส
ฉลากที่พิมพ์ควรถูกบันทึกไว้กับเคส เมื่อเจ้าหน้าที่มาตรวจหรือคนไข้โทรมาถาม จะเปิดดูได้ทันทีว่าใบที่ให้ไปเขียนว่าอะไร
สุ่มตรวจเดือนละครั้ง
หยิบฉลาก 10 ใบล่าสุดมาไล่กับเช็กลิสต์ 8 ข้อด้านล่าง ใช้เวลาราวสิบนาที ถ้ามีข้อไหนหายซ้ำ ๆ แปลว่าทะเบียนยารายการนั้นยังกรอกไม่ครบ ไม่ใช่พนักงานสะเพร่า
06ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ซองยาสำเร็จรูปที่ออกแบบก่อนมีประกาศ — มีช่องแค่ชื่อยากับวิธีใช้ ต่อให้ตั้งใจแค่ไหนก็ครบไม่ได้ ตรวจซองที่ใช้อยู่ก่อนเป็นอันดับแรก
- เขียน "ดูข้างกล่อง" ในช่องวันหมดอายุ — กล่องอยู่ที่คลินิก คนไข้กลับบ้านไปกับซองที่ไม่มีวันหมดอายุ
- ไม่ใส่ HN — ใส่ชื่ออย่างเดียวยังไม่ครบข้อ 2 และเมื่อคนไข้ชื่อซ้ำกันจะย้อนหาเคสไม่ได้
- ใช้คำเตือนกลาง ๆ ใบเดียวกับยาทุกตัว — "เก็บให้พ้นมือเด็ก" อย่างเดียวไม่ใช่คำเตือนของตัวยา ข้อ 7 ต้องการคำเตือนที่ตรงกับยานั้น
- แก้จำนวนในระบบหลังพิมพ์ฉลากไปแล้ว — ฉลากบอก 15 เม็ด ระบบบอก 10 เม็ด มาเจอตอนเจ้าหน้าที่เทียบกับเวชระเบียน ให้พิมพ์ใหม่ทุกครั้งที่แก้
- ลืมฉลากของยาทาและยาแบ่งบรรจุ — ยาทาที่แบ่งจากขวดใหญ่ใส่กระปุกเล็กให้คนไข้ก็เป็นยาที่จ่ายออกจากคลินิกเช่นกัน และมักถูกมองข้ามเพราะรู้สึกว่า "ไม่ใช่ยาจริง ๆ"
07เช็กลิสต์ตรวจฉลากยาด้วยตัวเอง

พิมพ์ส่วนนี้แปะไว้ที่จุดจ่ายยา หรือใช้ตอนสุ่มตรวจรายเดือน ฉลากที่ผ่านต้องติ๊กได้ครบทุกข้อ
- ชื่อคลินิก และเบอร์โทรหรือช่องทางติดต่อที่ติดต่อได้จริง
- ชื่อ-สกุลคนไข้ เลข HN และวันที่จ่าย
- ชื่อยาที่อ่านแล้วระบุตัวยาได้ ไม่ใช่ชื่อเรียกภายในคลินิก
- รูปแบบ ความแรง และจำนวนที่จ่ายจริง
- วิธีใช้ที่มีขนาด ความถี่ และเวลา
- ข้อบ่งใช้ — จ่ายเพื่ออะไร
- คำเตือนหรือข้อควรระวังที่ตรงกับตัวยานั้น
- วันหมดอายุที่คัดลอกจากล็อตจริง ไม่ใช่ "ดูข้างกล่อง"
- ตัวอักษรอ่านออกโดยไม่ต้องเดา และไม่เลอะเมื่อโดนน้ำ
- ข้อมูลบนฉลากตรงกับที่บันทึกในเวชระเบียนและรายการตัดสต็อก
- ยาทา ยาแบ่งบรรจุ และยาน้ำ มีฉลากครบเท่ายาเม็ด
ใน Flow Clinic
ข้อมูลทั้ง 3 ชั้นอยู่ในที่เดียว
Flow Clinic เก็บทะเบียนยาพร้อมชื่อไทยและอังกฤษ สต็อกเป็นล็อตพร้อมวันหมดอายุ และรายการจ่ายที่ผูกกับคนไข้และ HN ในเคสเดียวกัน ข้อมูลระดับคลินิก ระดับตัวยา และระดับเคสจึงอยู่ในระบบเดียว ไม่ต้องกรอกซ้ำ
- ฉลากสินค้าพิมพ์จากโมดูลสต็อกโดยตรง เลือกได้ว่าจะแสดงชื่อไทย ชื่ออังกฤษ รหัสสินค้า และรหัสคลินิก
- รายการจ่ายในเคสบันทึกคำแนะนำหลังหัตถการและวันนัดติดตามไว้กับคนไข้ ย้อนดูได้ทุกเมื่อ
- รายการที่ต่ำกว่าจุดสั่งซื้อขึ้นในใบงานสั่งซื้อซ้ำ ให้คนตรวจแล้วยืนยันเป็นใบสั่งซื้อฉบับร่างได้จากหน้าเดียวกัน
แหล่งอ้างอิง
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานการให้บริการของสถานพยาบาลเกี่ยวกับฉลากบรรจุยา พ.ศ. 2565 — กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
- ลักษณะของฉลากบรรจุยาในคลินิกเวชกรรมเอกชน: การศึกษาเชิงตัดขวางในอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี — วารสารเภสัชกรรมไทย ปีที่ 17 ฉบับที่ 1 (ม.ค.–มี.ค. 2568)
- แจ้งคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ทุกแห่ง ให้ทำฉลากบรรจุยาตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศ — สภาการพยาบาล
คำถามที่พบบ่อย
- กฎหมายบังคับให้พิมพ์ฉลากไหม หรือเขียนมือได้
- ประกาศกำหนดว่าฉลากต้องมีข้อมูลอะไร ไม่ได้กำหนดวิธีทำ เขียนมือจึงไม่ผิด แต่จากการสำรวจ ข้อที่หายบ่อยคือข้อมูลระดับตัวยาที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าคนเขียน การพิมพ์จากระบบที่ตั้งค่าไว้จึงทำครบได้สม่ำเสมอกว่ามาก
- ชื่อยาต้องเป็นภาษาไทยไหม
- ประกาศใช้คำว่า "ชื่อยา" ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือใส่ชื่อสามัญภาษาอังกฤษพร้อมชื่อไทยหรือคำอ่านกำกับ ดังตัวอย่างในบทความ เพื่อให้ทั้งคนไข้และแพทย์หรือเภสัชกรที่อื่นระบุตัวยาได้ตรงกัน หากไม่แน่ใจ ให้สอบถามสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่
- ยาที่ใช้ในหัตถการและหมดไปที่คลินิก ต้องมีฉลาก 8 ข้อไหม
- ประกาศระบุถึงฉลากของยาที่จ่ายให้ผู้ป่วยนำออกจากสถานพยาบาล ยาที่ใช้ระหว่างหัตถการและไม่ได้ให้คนไข้นำกลับจึงไม่ใช่เป้าหมายของฉลาก 8 ข้อ แต่ยังต้องบันทึกในเวชระเบียนว่าใช้อะไร ล็อตไหน จำนวนเท่าไร
- ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเวชสำอางที่คลินิกขาย ต้องมีฉลากนี้ไหม
- ถ้าผลิตภัณฑ์จดทะเบียนเป็นเครื่องสำอาง ไม่ใช่ยา ก็ไม่อยู่ในประกาศฉบับนี้ เพราะเครื่องสำอางมีกฎหมายฉลากของตัวเองอยู่บนบรรจุภัณฑ์แล้ว แต่ยาทาที่จดทะเบียนเป็นยา เช่น ทรีติโนอิน ไฮโดรควิโนน หรือสเตียรอยด์ อยู่ในข่ายเต็มตัว คลินิกจำนวนมากเลือกติดฉลากรูปแบบเดียวกันทั้งหมดเพื่อตัดปัญหาว่าตัวไหนต้องติด
- เพิ่มโลโก้หรือข้อความอื่นบนฉลากได้ไหม
- ได้ ตราบใดที่ 8 รายการยังอยู่ครบและอ่านออก จะจัดวางใหม่ เพิ่มโลโก้ หรือเพิ่มคำแนะนำหลังหัตถการก็ได้ สิ่งที่ต้องระวังคือข้อความเสริมไปเบียดพื้นที่จนต้องย่อรายการที่กฎหมายกำหนด
- ถ้าคนไข้ทำฉลากหาย ขอใหม่ได้ไหม
- ได้ และควรพิมพ์จากรายการจ่ายเดิมในเคส ไม่ใช่เขียนใหม่จากความจำ เพื่อให้จำนวนและวันที่ตรงกับเวชระเบียน นี่คือเหตุผลที่ควรเก็บสำเนาฉลากไว้กับเคสเสมอ