รายงาน & วิเคราะห์
Excel กับโปรแกรมบริหารคลินิกต่างกันอย่างไร และควรเปลี่ยนเมื่อไร
Excel ยังเหมาะกับงานบางชนิด แต่เมื่อหลายคนต้องแก้ข้อมูลเดียวกันและรายการต้องเชื่อมต่อกัน ต้นทุนที่ซ่อนอยู่จะเพิ่มเร็วมาก
เผยแพร่ อ่าน 2 นาที
คำตอบสั้น ๆ
- Excel เหมาะกับการคำนวณและวิเคราะห์แบบยืดหยุ่น
- โปรแกรมคลินิกเหมาะกับ workflow ที่หลายคนต้องทำซ้ำอย่างมีมาตรฐาน
- ควรเปลี่ยนเมื่อค่าเสียหายจากข้อมูลผิด งานซ้ำ และรายงานช้า สูงกว่าต้นทุนการย้ายระบบ
01เปรียบเทียบจากงานจริง
เรื่องข้อมูลลูกค้า
- Excel
- ยืดหยุ่นแต่เกิดหลายสำเนาง่าย
- โปรแกรมคลินิก
- มีระเบียนหลักและประวัติ
เรื่องสิทธิ์
- Excel
- มักคุมระดับไฟล์
- โปรแกรมคลินิก
- คุมตามบทบาทและการกระทำ
เรื่องคอร์ส
- Excel
- ต้องเขียนสูตรและตรวจเอง
- โปรแกรมคลินิก
- ตัดสิทธิ์จากรายการใช้บริการ
เรื่องสต็อก
- Excel
- ยอดคงเหลืออาจไม่ผูก movement
- โปรแกรมคลินิก
- รับ โอน ใช้ และปรับเป็นรายการ
เรื่องรายงาน
- Excel
- ปรับได้มากแต่ต้องรวมข้อมูล
- โปรแกรมคลินิก
- อัปเดตจากรายการต้นทาง
02ต้นทุนที่มองไม่เห็นในสเปรดชีต
- เวลาตามหาไฟล์ล่าสุด
- การแก้สูตรโดยไม่ตั้งใจ
- ข้อมูลซ้ำและสะกดชื่อคนเดียวกันหลายแบบ
- เวลารวมยอดข้ามสาขา
- ความรู้ที่ติดอยู่กับคนทำไฟล์เพียงคนเดียว
03Excel ยังมีที่ของมัน
หลังใช้ระบบกลางแล้ว Excel ยังเหมาะกับการวิเคราะห์เฉพาะกิจหรือสร้างแบบจำลอง แต่ข้อมูลต้นทางควรมาจากระบบที่เก็บเหตุการณ์จริงอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ให้สเปรดชีตเป็นทั้งฐานข้อมูล แบบฟอร์ม และระบบสิทธิ์พร้อมกัน
ใน Flow Clinic
เอาหลักเหล่านี้ไปใช้ใน Flow Clinic
Flow Clinic เชื่อมนัดหมาย OPD การขาย คอร์ส สต็อก ค่าคอม และรายงานไว้ในระบบเดียว โดยทีมช่วยวางโครงและย้ายข้อมูลก่อนเปิดใช้จริง
- ข้อมูลชุดเดียวตั้งแต่หน้าร้านถึงเจ้าของ
- รองรับคลินิกความงามและหลายสาขา
- ใช้งานผ่านเว็บบนคอม แท็บเล็ต และมือถือ
คำถามที่พบบ่อย
- คลินิกสาขาเดียวใช้ Excel ต่อได้ไหม?
- ได้ถ้าทีมเล็ก กระบวนการไม่ซับซ้อน และมีผู้รับผิดชอบข้อมูลชัด แต่ควรประเมินใหม่เมื่อเริ่มขายคอร์ส คุมล็อต หรือมีผู้แก้ข้อมูลหลายคน
- ย้ายแล้วต้องเลิกใช้ Excel ทั้งหมดหรือไม่?
- ไม่จำเป็น ใช้ Excel วิเคราะห์ต่อได้ แต่ควรกำหนดให้ระบบคลินิกเป็นแหล่งข้อมูลหลัก