# ฉลากยาคลินิกต้องมีอะไรบ้าง: 8 รายการตามกฎหมาย ตัวอย่างฉลาก และวิธีทำให้ครบทุกใบ

Canonical: https://www.flowclinic.tech/blog/drug-labels

Published: 2026-08-28

Updated: 2026-09-03

Language: th

Publisher: Flow Clinic (https://www.flowclinic.tech)

ตั้งแต่ 17 มีนาคม 2567 ฉลากยาที่คลินิกจ่ายให้คนไข้ต้องมีข้อมูล 8 รายการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข แต่จากการสำรวจคลินิก 89 แห่ง มีเพียง 3 แห่งที่ทำครบ บทความนี้บอกว่าต้องมีอะไร หน้าตาเป็นอย่างไร และทำอย่างไรให้ครบโดยไม่เพิ่มงานหน้าเคาน์เตอร์

### คำตอบสั้น ๆ
1. ฉลากยาที่คลินิกจ่ายให้คนไข้นำกลับ ต้องมีข้อมูล **8 รายการ** ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานการให้บริการของสถานพยาบาลเกี่ยวกับฉลากบรรจุยา พ.ศ. 2565
2. บังคับใช้กับ**สถานพยาบาลที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนทุกประเภท** — คลินิกเวชกรรม คลินิกเฉพาะทาง (รวมคลินิกผิวหนังและความงาม) คลินิกการพยาบาลฯ — มีผลเต็มรูปแบบตั้งแต่ **17 มีนาคม 2567**
3. 8 รายการคือ ชื่อและช่องทางติดต่อคลินิก · ชื่อ-สกุลคนไข้ เลข HN และวันที่จ่าย · ชื่อยา · รูปแบบ ความแรง จำนวน · วิธีใช้ · ข้อบ่งใช้ · คำเตือนหรือข้อควรระวัง · วันหมดอายุ
4. กฎหมายกำหนด**ว่าต้องมีอะไร** ไม่ได้กำหนดว่าต้องพิมพ์หรือเขียนมือ — แต่จากการสำรวจ คลินิกที่เขียนมือทำครบได้ยากมาก เพราะครึ่งหนึ่งของรายการเป็นข้อมูลระดับตัวยาที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าคนเขียน
5. ทางที่ทำครบได้ทุกใบคือแยกข้อมูลเป็น 3 ชั้น — ระดับคลินิก ระดับตัวยา ระดับเคส — แล้วให้แต่ละชั้นถูกกรอกครั้งเดียว ณ จุดที่มีข้อมูลนั้นอยู่จริง

## กฎหมายฉลากยาคลินิก: ประกาศไหน ใช้กับใคร มีผลเมื่อไร

ก่อนหน้านี้เรื่องฉลากยาของคลินิกไม่มีข้อกำหนดที่เขียนเป็นรายการชัดเจน คลินิกจึงทำตามความเคยชิน หลายแห่งใช้ซองยาสำเร็จรูปที่มีช่องแค่ชื่อยากับวิธีใช้ สถานการณ์นี้เปลี่ยนเมื่อกระทรวงสาธารณสุขออก **ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานการให้บริการของสถานพยาบาลเกี่ยวกับฉลากบรรจุยา พ.ศ. 2565** โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 16 มีนาคม 2565

ประกาศให้เวลาปรับตัว 2 ปี จึงมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ **17 มีนาคม 2567** หมายความว่าวันนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล เช่น เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ตรวจฉลากยาของคลินิกตามรายการนี้ได้แล้ว และงานวิจัยที่อ้างถึงในบทความนี้ก็เก็บข้อมูลด้วยการให้เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ลงตรวจจริง

### ใช้กับคลินิกแบบไหนบ้าง

- **คลินิกเวชกรรม** และ **คลินิกเวชกรรมเฉพาะทาง** — คลินิกผิวหนัง คลินิกความงาม คลินิกศัลยกรรม อยู่ในกลุ่มนี้ทั้งหมด
- สถานพยาบาลที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนประเภทอื่นด้วย เช่น คลินิกทันตกรรม คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ — สภาการพยาบาลมีหนังสือแจ้งสมาชิกให้ปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้โดยเฉพาะ
- **ไม่ใช่** ร้านขายยา — ร้านยาอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติยาและมีข้อกำหนดฉลากของตัวเอง

> **คลินิกความงามเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้** — ทุกครั้งที่จ่ายยาแก้ปวดหลังหัตถการ ยาปฏิชีวนะ ยาแก้แพ้ หรือยาทาที่จดทะเบียนเป็นยา (เช่น ทรีติโนอิน ไฮโดรควิโนน สเตียรอยด์) ให้คนไข้นำกลับ นั่นคือ "ยา" ตามประกาศฉบับนี้ ส่วนผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่จดทะเบียนเป็นเครื่องสำอางไม่เข้าข่าย แต่คลินิกส่วนใหญ่เลือกติดฉลากรูปแบบเดียวกันทั้งหมด เพื่อให้พนักงานไม่ต้องจำว่าตัวไหนต้องติดตัวไหนไม่ต้อง

## 8 รายการที่ฉลากยาต้องมี

ประกาศกำหนดรายการไว้ 8 ข้อ ตารางนี้สรุปแต่ละข้อพร้อมตัวอย่างที่เขียนถูก และจุดที่คลินิกมักพลาด ซึ่งเป็นข้อสังเกตจากการตรวจฉลากจริง ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของประกาศ

*รายการข้อ 1–8 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฯ พ.ศ. 2565 · ตัวอย่างและจุดที่มักพลาดเป็นข้อสังเกตจากการตรวจฉลากจริง*

| ข้อ | รายการตามประกาศ | ตัวอย่างที่ถูกต้อง | จุดที่มักพลาด |
| --- | --- | --- | --- |
| 1 | ชื่อสถานพยาบาล และหมายเลขโทรศัพท์หรือช่องทางติดต่อ | คลินิกเวชกรรมพรพิมล โทร 02-123-4567 | มีแต่โลโก้ไม่มีเบอร์ หรือใช้ซองเก่าที่พิมพ์ชื่อสาขาอื่น |
| 2 | ชื่อและสกุลของผู้ป่วย เลขที่ประจำตัวผู้ป่วย และวันที่จ่ายยา | นางสาวกมลวรรณ ใจดี · HN 004512 · 3 ก.ย. 2569 | มีชื่อแต่ไม่มี HN ใส่ชื่อเล่น หรือไม่ลงวันที่ |
| 3 | ชื่อยา | Amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน) | เขียนย่อหรือใช้ชื่อเรียกภายในคลินิก เช่น "ยาแก้อักเสบ" จนระบุตัวยาไม่ได้ |
| 4 | รูปแบบ ความแรง และจำนวนยาที่จ่าย | แคปซูล 500 mg · 15 แคปซูล | ข้อที่หายบ่อยที่สุด — ซองสำเร็จรูปไม่มีช่องให้กรอก |
| 5 | วิธีการใช้ยา | รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น | "ทานตามแพทย์สั่ง" โดยไม่ระบุขนาดและเวลา |
| 6 | ข้อบ่งใช้ของยา | ป้องกันการติดเชื้อหลังทำหัตถการ | ไม่ใส่ เพราะคิดว่าคนไข้รู้อยู่แล้วว่ามาทำอะไร |
| 7 | คำเตือน ข้อควรระวัง หรือข้อห้ามใช้ | รับประทานให้ครบ หากมีผื่นหรือหายใจลำบากให้หยุดยาและติดต่อคลินิกทันที | ใส่คำเตือนกลาง ๆ ที่ไม่ตรงกับตัวยา หรือไม่มีเลย |
| 8 | วันหมดอายุของยา | EXP 12/2027 | เขียน "ดูข้างกล่อง" — กล่องอยู่ที่คลินิก ไม่ได้กลับบ้านไปกับคนไข้ |

## หน้าตาของฉลากยาที่ครบ 8 ข้อ

ตัวอย่างข้างล่างคือฉลากยาปฏิชีวนะที่จ่ายหลังหัตถการ ตัวเลขในวงกลมชี้ว่าข้อมูลแต่ละส่วนตอบข้อไหนของตาราง ใช้เป็นแม่แบบได้เลย เพียงเปลี่ยนชื่อคลินิกและข้อมูลยา

**คลินิกเวชกรรมพรพิมล**
- (1) ติดต่อ: โทร 02-123-4567 · LINE @pornpimol
- (2) ผู้ป่วย · HN · วันที่จ่าย: นางสาวกมลวรรณ ใจดี · HN 004512 · 3 ก.ย. 2569
- (3) ชื่อยา: Amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน)
- (4) รูปแบบ · ความแรง · จำนวน: แคปซูล 500 mg · 15 แคปซูล
- (5) วิธีใช้: รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น
- (6) ข้อบ่งใช้: ป้องกันการติดเชื้อหลังทำหัตถการ
- (7) คำเตือน: รับประทานให้ครบ 5 วัน หากมีผื่น คัน หรือหายใจลำบาก ให้หยุดยาและติดต่อคลินิกทันที
- (8) วันหมดอายุ: EXP 12/2027 · Lot A2405
จ่ายโดย ภญ.สุดารัตน์ · พิมพ์ 3 ก.ย. 2569 14:32
_ฉลากยาตัวอย่าง ข้อ 1 คือชื่อคลินิกที่หัวฉลากพร้อมช่องทางติดต่อ · ข้อมูลทั้งหมดสมมติขึ้น ชื่อคลินิก ชื่อคนไข้ และเลข HN ไม่ใช่ของจริง_

> **ถ้าพื้นที่บนซองไม่พอ** — ซองหรือสติ๊กเกอร์ที่สั่งมาก่อนปี 2565 มักใส่ได้แค่ชื่อยากับวิธีใช้ ก่อนสั่งล็อตใหม่ ให้พิมพ์ฉลากตัวอย่างข้างบนลงกระดาษที่ตัดเท่าขนาดสติ๊กเกอร์จริง แล้วดูว่าอ่านออกไหมโดยไม่ต้องเพ่ง ถ้าไม่ ให้ขยายขนาดสติ๊กเกอร์ ไม่ใช่ตัดข้อมูล

## คลินิกส่วนใหญ่ยังทำไม่ครบ และข้อที่หายไปคือข้อเดิม ๆ

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารเภสัชกรรมไทยต้นปี 2568 สำรวจคลินิกเวชกรรม 89 แห่งในอำเภอเมืองอุดรธานี ระหว่างกรกฎาคม 2565 ถึงกรกฎาคม 2566 โดยเก็บฉลากยาที่ส่งมอบให้คนไข้จริง ผลคือมีเพียง **3 แห่ง (3.4%)** ที่ฉลากครบตามกฎหมาย และ **11 แห่ง (12.4%)** ที่มีองค์ประกอบสำคัญครบ ค่ามัธยฐานของจำนวนข้อบนฉลากอยู่ที่ 4 จาก 8

*สัดส่วนคลินิกที่มีแต่ละรายการบนฉลาก จากคลินิก 89 แห่ง · ที่มา: วารสารเภสัชกรรมไทย ปีที่ 17 ฉบับที่ 1 (2568)*

| รายการบนฉลาก | คลินิกที่มี |
| --- | --- |
| วิธีใช้ยา | 89.9% |
| ชื่อสถานพยาบาลและช่องทางติดต่อ | 82.0% |
| วันหมดอายุของยา | 57.3% |
| ชื่อยาภาษาอังกฤษ | 56.2% |
| ชื่อ-สกุลผู้ป่วยและวันที่จ่าย | 46.1% |
| ข้อบ่งใช้ | 41.6% |
| คำเตือน ข้อควรระวัง หรือข้อห้ามใช้ | 31.5% |
| รูปแบบ ความแรง และจำนวนที่จ่าย | 13.5% |
| ชื่อยาภาษาไทย | 10.1% |

สังเกตรูปแบบ: ข้อที่คลินิกทำได้ดีคือข้อที่**คนหน้าเคาน์เตอร์รู้อยู่แล้ว ณ เวลาที่เขียน** — วิธีใช้ที่หมอเพิ่งสั่ง ชื่อคลินิกที่พิมพ์มากับซอง ส่วนข้อที่หายคือข้อมูล**ระดับตัวยา** — ความแรง รูปแบบ ข้อบ่งใช้ คำเตือน — ซึ่งต้องเปิดดูจากกล่องหรือเอกสารกำกับยา คนที่เขียนมือช่วงคิวยาวจึงข้ามไปโดยไม่รู้ตัว

งานวิจัยเดียวกันพบว่า 56.2% ของคลินิกยังเขียนฉลากด้วยมือ 22.5% พิมพ์จากระบบ และ 21.3% ใช้ทั้งสองแบบ และยังพบว่าพนักงานคลินิกกับเจ้าหน้าที่ประเมินฉลากใบเดียวกันไม่ตรงกันในเกือบทุกข้อ หลายคลินิกจึง**คิดว่าตัวเองทำครบ** ทั้งที่เจ้าหน้าที่มองว่ายังขาด นี่คือเหตุผลที่ควรตรวจกับรายการ 8 ข้อตรง ๆ ไม่ใช่ตรวจจากความรู้สึก

> **ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่** — การศึกษาในจังหวัดชลบุรีเมื่อปี 2559 ที่สำรวจคลินิก 172 แห่ง พบฉลากยาไม่ครบถ้วนถึง 88.4% ผ่านมาเกือบสิบปีตัวเลขแทบไม่ขยับ จนกระทั่งมีประกาศฉบับนี้ที่เขียนรายการไว้ชัดเจนและมีผลบังคับใช้จริง

## ทำให้ครบทุกใบ โดยไม่เพิ่มงานหน้าเคาน์เตอร์

![เครื่องพิมพ์ฉลากขนาดเล็ก ม้วนฉลากเปล่า แผงยา และซองยาบนโต๊ะจ่ายยา](https://www.flowclinic.tech/images/blog/drug-labels/drug-labels-three-layers.webp)

หัวใจคือแยกข้อมูลบนฉลากออกเป็น 3 ชั้น แล้วให้แต่ละชั้นถูกกรอกเพียงครั้งเดียว ณ จุดที่มีข้อมูลนั้นอยู่จริง พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ไม่ควรต้องรู้ความแรงของยาทุกตัว และแพทย์ไม่ควรต้องพิมพ์เบอร์โทรคลินิกทุกเคส

| ชั้นข้อมูล | ครอบคลุมข้อ | กรอกเมื่อไร | ใครกรอก |
| --- | --- | --- | --- |
| ระดับคลินิก | 1 | ครั้งเดียวตอนตั้งค่าระบบ | เจ้าของหรือผู้จัดการ |
| ระดับตัวยา | 3 · 4 (รูปแบบ ความแรง) · 6 · 7 · วิธีใช้มาตรฐาน | ครั้งเดียวต่อรายการยา ตอนรับเข้าสต็อก | เภสัชกรหรือพยาบาลที่ดูแลสต็อก |
| ระดับเคส | 2 · 4 (จำนวน) · 5 (เมื่อสั่งต่างจากมาตรฐาน) · 8 | ทุกครั้งที่จ่าย — จากรายการที่ตัดสต็อกจริง | ระบบดึงให้ พนักงานแค่ตรวจ |

1. ทำทะเบียนยาให้มีข้อมูลครบ 5 ช่องต่อรายการ
   ชื่อสามัญพร้อมชื่อไทย · รูปแบบและความแรง · ข้อบ่งใช้ที่ใช้บ่อยในคลินิก · คำเตือนประจำตัวยา · วิธีใช้มาตรฐาน ทำครั้งเดียวตอนรับยาเข้าสต็อก คลินิกความงามส่วนใหญ่มียาที่จ่ายประจำเพียงไม่กี่สิบรายการ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวัน
2. ตั้งค่าหัวฉลากระดับคลินิกครั้งเดียว
   ชื่อคลินิกตามใบอนุญาต เบอร์โทร และช่องทางติดต่อที่มีคนรับจริง ถ้ามีหลายสาขา ให้ฉลากดึงชื่อและเบอร์ของสาขาที่จ่ายยา ไม่ใช่สำนักงานใหญ่
3. ให้ข้อมูลระดับเคสมาจากรายการตัดสต็อก ไม่ใช่การพิมพ์ซ้ำ
   ชื่อ-สกุล HN วันที่ และจำนวน ต้องมาจากรายการจ่ายในเคสนั้นโดยตรง การพิมพ์ข้อมูลเดียวกันสองที่คือจุดเกิดของฉลากผิดคนและผิดจำนวน
4. ดึงวันหมดอายุจากล็อตที่ตัดจริง
   ถ้าสต็อกบันทึกเป็นล็อตพร้อมวันหมดอายุ และตัดล็อตที่หมดอายุก่อนออกก่อน วันหมดอายุบนฉลากจะถูกต้องเสมอโดยไม่ต้องมีใครเดินไปเปิดกล่องดู
5. ให้แพทย์แก้เฉพาะสิ่งที่ต่างจากมาตรฐาน
   วิธีใช้และคำเตือนมาตรฐานถูกดึงมาให้ก่อน แพทย์แก้เฉพาะเคสที่สั่งต่างออกไป เช่น เพิ่มความถี่ หรือเพิ่มคำเตือนเฉพาะราย
6. พิมพ์ที่จุดจ่าย และเก็บสำเนาไว้ในเคส
   ฉลากที่พิมพ์ควรถูกบันทึกไว้กับเคส เมื่อเจ้าหน้าที่มาตรวจหรือคนไข้โทรมาถาม จะเปิดดูได้ทันทีว่าใบที่ให้ไปเขียนว่าอะไร
7. สุ่มตรวจเดือนละครั้ง
   หยิบฉลาก 10 ใบล่าสุดมาไล่กับเช็กลิสต์ 8 ข้อด้านล่าง ใช้เวลาราวสิบนาที ถ้ามีข้อไหนหายซ้ำ ๆ แปลว่าทะเบียนยารายการนั้นยังกรอกไม่ครบ ไม่ใช่พนักงานสะเพร่า

## ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

- **ซองยาสำเร็จรูปที่ออกแบบก่อนมีประกาศ** — มีช่องแค่ชื่อยากับวิธีใช้ ต่อให้ตั้งใจแค่ไหนก็ครบไม่ได้ ตรวจซองที่ใช้อยู่ก่อนเป็นอันดับแรก
- **เขียน "ดูข้างกล่อง" ในช่องวันหมดอายุ** — กล่องอยู่ที่คลินิก คนไข้กลับบ้านไปกับซองที่ไม่มีวันหมดอายุ
- **ไม่ใส่ HN** — ใส่ชื่ออย่างเดียวยังไม่ครบข้อ 2 และเมื่อคนไข้ชื่อซ้ำกันจะย้อนหาเคสไม่ได้
- **ใช้คำเตือนกลาง ๆ ใบเดียวกับยาทุกตัว** — "เก็บให้พ้นมือเด็ก" อย่างเดียวไม่ใช่คำเตือนของตัวยา ข้อ 7 ต้องการคำเตือนที่ตรงกับยานั้น
- **แก้จำนวนในระบบหลังพิมพ์ฉลากไปแล้ว** — ฉลากบอก 15 เม็ด ระบบบอก 10 เม็ด มาเจอตอนเจ้าหน้าที่เทียบกับเวชระเบียน ให้พิมพ์ใหม่ทุกครั้งที่แก้
- **ลืมฉลากของยาทาและยาแบ่งบรรจุ** — ยาทาที่แบ่งจากขวดใหญ่ใส่กระปุกเล็กให้คนไข้ก็เป็นยาที่จ่ายออกจากคลินิกเช่นกัน และมักถูกมองข้ามเพราะรู้สึกว่า "ไม่ใช่ยาจริง ๆ"

## เช็กลิสต์ตรวจฉลากยาด้วยตัวเอง

![เจ้าหน้าที่คลินิกเทียบฉลากยาบนซองกับทะเบียนยาบนแท็บเล็ต](https://www.flowclinic.tech/images/blog/drug-labels/drug-labels-spot-check.webp)

พิมพ์ส่วนนี้แปะไว้ที่จุดจ่ายยา หรือใช้ตอนสุ่มตรวจรายเดือน ฉลากที่ผ่านต้องติ๊กได้ครบทุกข้อ

- [ ] ชื่อคลินิก และเบอร์โทรหรือช่องทางติดต่อที่ติดต่อได้จริง
- [ ] ชื่อ-สกุลคนไข้ เลข HN และวันที่จ่าย
- [ ] ชื่อยาที่อ่านแล้วระบุตัวยาได้ ไม่ใช่ชื่อเรียกภายในคลินิก
- [ ] รูปแบบ ความแรง และจำนวนที่จ่ายจริง
- [ ] วิธีใช้ที่มีขนาด ความถี่ และเวลา
- [ ] ข้อบ่งใช้ — จ่ายเพื่ออะไร
- [ ] คำเตือนหรือข้อควรระวังที่ตรงกับตัวยานั้น
- [ ] วันหมดอายุที่คัดลอกจากล็อตจริง ไม่ใช่ "ดูข้างกล่อง"
- [ ] ตัวอักษรอ่านออกโดยไม่ต้องเดา และไม่เลอะเมื่อโดนน้ำ
- [ ] ข้อมูลบนฉลากตรงกับที่บันทึกในเวชระเบียนและรายการตัดสต็อก
- [ ] ยาทา ยาแบ่งบรรจุ และยาน้ำ มีฉลากครบเท่ายาเม็ด

## ข้อมูลทั้ง 3 ชั้นอยู่ในที่เดียว
Flow Clinic เก็บทะเบียนยาพร้อมชื่อไทยและอังกฤษ สต็อกเป็นล็อตพร้อมวันหมดอายุ และรายการจ่ายที่ผูกกับคนไข้และ HN ในเคสเดียวกัน ข้อมูลระดับคลินิก ระดับตัวยา และระดับเคสจึงอยู่ในระบบเดียว ไม่ต้องกรอกซ้ำ
- ฉลากสินค้าพิมพ์จากโมดูลสต็อกโดยตรง เลือกได้ว่าจะแสดงชื่อไทย ชื่ออังกฤษ รหัสสินค้า และรหัสคลินิก
- รายการจ่ายในเคสบันทึกคำแนะนำหลังหัตถการและวันนัดติดตามไว้กับคนไข้ ย้อนดูได้ทุกเมื่อ
- รายการที่ต่ำกว่าจุดสั่งซื้อขึ้นในใบงานสั่งซื้อซ้ำ ให้คนตรวจแล้วยืนยันเป็นใบสั่งซื้อฉบับร่างได้จากหน้าเดียวกัน

## แหล่งอ้างอิง
1. [ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานการให้บริการของสถานพยาบาลเกี่ยวกับฉลากบรรจุยา พ.ศ. 2565](https://mrd.hss.moph.go.th/mrd1_hss/?p=5418) — กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
2. [ลักษณะของฉลากบรรจุยาในคลินิกเวชกรรมเอกชน: การศึกษาเชิงตัดขวางในอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี](https://he01.tci-thaijo.org/index.php/TJPP/article/view/265919) — วารสารเภสัชกรรมไทย ปีที่ 17 ฉบับที่ 1 (ม.ค.–มี.ค. 2568)
3. [แจ้งคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ทุกแห่ง ให้ทำฉลากบรรจุยาตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศ](https://www.tnmc.or.th/news/1150) — สภาการพยาบาล

## คำถามที่พบบ่อย

### กฎหมายบังคับให้พิมพ์ฉลากไหม หรือเขียนมือได้
ประกาศกำหนดว่าฉลากต้องมีข้อมูลอะไร ไม่ได้กำหนดวิธีทำ เขียนมือจึงไม่ผิด แต่จากการสำรวจ ข้อที่หายบ่อยคือข้อมูลระดับตัวยาที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าคนเขียน การพิมพ์จากระบบที่ตั้งค่าไว้จึงทำครบได้สม่ำเสมอกว่ามาก

### ชื่อยาต้องเป็นภาษาไทยไหม
ประกาศใช้คำว่า "ชื่อยา" ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือใส่ชื่อสามัญภาษาอังกฤษพร้อมชื่อไทยหรือคำอ่านกำกับ ดังตัวอย่างในบทความ เพื่อให้ทั้งคนไข้และแพทย์หรือเภสัชกรที่อื่นระบุตัวยาได้ตรงกัน หากไม่แน่ใจ ให้สอบถามสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่

### ยาที่ใช้ในหัตถการและหมดไปที่คลินิก ต้องมีฉลาก 8 ข้อไหม
ประกาศระบุถึงฉลากของยาที่จ่ายให้ผู้ป่วยนำออกจากสถานพยาบาล ยาที่ใช้ระหว่างหัตถการและไม่ได้ให้คนไข้นำกลับจึงไม่ใช่เป้าหมายของฉลาก 8 ข้อ แต่ยังต้องบันทึกในเวชระเบียนว่าใช้อะไร ล็อตไหน จำนวนเท่าไร

### ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเวชสำอางที่คลินิกขาย ต้องมีฉลากนี้ไหม
ถ้าผลิตภัณฑ์จดทะเบียนเป็นเครื่องสำอาง ไม่ใช่ยา ก็ไม่อยู่ในประกาศฉบับนี้ เพราะเครื่องสำอางมีกฎหมายฉลากของตัวเองอยู่บนบรรจุภัณฑ์แล้ว แต่ยาทาที่จดทะเบียนเป็นยา เช่น ทรีติโนอิน ไฮโดรควิโนน หรือสเตียรอยด์ อยู่ในข่ายเต็มตัว คลินิกจำนวนมากเลือกติดฉลากรูปแบบเดียวกันทั้งหมดเพื่อตัดปัญหาว่าตัวไหนต้องติด

### เพิ่มโลโก้หรือข้อความอื่นบนฉลากได้ไหม
ได้ ตราบใดที่ 8 รายการยังอยู่ครบและอ่านออก จะจัดวางใหม่ เพิ่มโลโก้ หรือเพิ่มคำแนะนำหลังหัตถการก็ได้ สิ่งที่ต้องระวังคือข้อความเสริมไปเบียดพื้นที่จนต้องย่อรายการที่กฎหมายกำหนด

### ถ้าคนไข้ทำฉลากหาย ขอใหม่ได้ไหม
ได้ และควรพิมพ์จากรายการจ่ายเดิมในเคส ไม่ใช่เขียนใหม่จากความจำ เพื่อให้จำนวนและวันที่ตรงกับเวชระเบียน นี่คือเหตุผลที่ควรเก็บสำเนาฉลากไว้กับเคสเสมอ
